Sunday, December 27, 2015

เข้าใจ CTCSS หรือ โทนสเควแบบง่าย ๆ

เมื่อได้ยินคำว่า CTCSS หลายคนงงว่ามันคืออะไร เกี่ยวข้องกับวิทยุสมัครเล่นยังไง ลองมาทำความเข้าใจกันดู ว่าแท้จริง CTCSS คืออะไร เอาไว้ทำอะไร มีประโยชน์อย่างไร

CTCSS นั้นเป็นคำย่อจากคำเต็มว่า Continuous Tone-Coded Squelch System บางคนเรียกสั้น ๆ ว่า Tone Squelch อ่านเป็นภาษาไทยว่า โทนสเคว หรือโทนโคด ถ้าอธิบายความหมายทางด้านเทคนิตตามคำเต็ม ๆ นั่นก็คือ ระบบสเควที่ทำงานด้วยโทน (ความถี่ต่ำ) ต่อเนื่อง อ่านคำแปลแล้วก็ยังงงอยู่ดี อธิบายใหม่แบบบ้าน ๆ แล้วกันว่า เป็นระบบที่ภาครับของเครื่องวิทยุจะเปิดการทำงานด้วยโทนความถี่ต่ำที่ถูกส่งมาอย่างต่อเนื่องจากเครื่องส่ง โทนความถี่ต่ำนี้เป็นความถี่ที่หูคนเราไม่ได้ยิน แต่วิทยุสามารถแยกแยะได้ด้วยวงจรอิเล็คทรอนิกส์

ความถี่ของ CTCSS มาตรฐาน มีดังนี้


ความถี่ CTCSS มีหน่วยเป็น Hz จะเห็นว่ามีหลายความถี่มาก แต่ที่แนะนำให้ใช้คือความถี่ (A) - (I)

67.0 (A)
71.9 (B)
77.0 (C)
82.5 (D)
88.5 (E)
94.8 (F)
103.5 (G)
110.9 (H)
118.8 (I)



การนำ CTCSS มาประยุกต์ใช้นั้นทำได้หลายรูปแบบ วิธีง่ายสุดคือ การกำหนดให้ภาครับของเครื่องรับเปิดรับสัญญาณหากได้รับ CTCSS Tone ที่กำหนดไว้เท่านั้น เช่น

ภาครับของสถานีทวนสัญญาณกำหนดว่าให้รับสัญญาณเฉพาะสัญญาณที่รับเข้ามาแล้วมี Tone 67.0 Hz (A) ส่งมาด้วยเท่านั้น ถ้าไม่มี Tone 67.0 Hz ส่งมา หรือ Tone ความถี่อื่น ภาครับก็จะไม่เปิดรับสัญญาณที่ส่งมานั่นเอง

การใช้ CTCSS ในลักษณะนี้อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ด้วยการเปรียบเทียบกับ แม่กุญแจ และลูกกุญแจ ภาครับนั่นถูกล็อคด้วยแม่กุญแจไว้ เวลาจะใช้งานจะต้องไขกุญแจให้ถูกต้องถึงจะใช้งานได้ ซึ่งในวิทยุนั้นจะมีลูกกุญแจอยู่แล้วหลายดอก ที่ติดมากับตัวเครื่องจากโรงงาน เป็นมาตรฐานเหมือนกันหมด เพียงแต่เลือกใช้ลูกกุญแจให้ตรงกับแม่กุญแจที่กำหนดไว้เท่านั้น เราก็จะเปิดใช้งานได้

การใช้ CTCSS นั้นมิได้เป็นการปิดกั้นการใช้งาน หรือใช้งานเฉพาะกลุ่มแต่อย่างใต ในเครื่องวิทยุของเราทุกเครื่องที่ใช้งานอยู่ จะมีทั้งแม่กุญแจ และลูกกุญแจมาตรฐาน (CTCSS มาตรฐาน) มาในตัวเครื่องจากโรงงานทุกเครื่อง นักวิทยุสมัครเล่นทุกคนสามารถเลือกใช้ได้ทันทีที่ต้องการ การใช้รหัสหรือการใช้ Code นอกเหนือจากที่นักวิทยุสมัครเล่นทั่วไปส่วนใหญ่ ไม่สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย นั่นคือการปิดกัน แต่ระบบ CTCSS นั้นเป็นระบบที่มีมาในเครื่องวิทยุทุกเครื่อง เป็นระบบเปิด จึงไม่ได้เป็นการปิดกันไม่ให้ใช้งาน

การนำ CTCSS มาใช้งานมีข้อดีอย่างไร?
การใช้ CTCSS นั้นมีข้อดีมากกว่าไม่ใช้ เพราะช่วยให้ป้องกันสัญญาณไม่พึงประสงค์จาก QRN หรือ Noise แม้กระทั้ง QRM จากการรบกวนที่ไม่ได้ตั้งใจไม่ให้เปิดภาครับของสถานีวิทยุที่ใช้ CTCSS ได้ ลดปัญหาการรบกวนไปได้อย่างสิ้นเชิง

ตัวอย่างการใช้งาน CTCSS

สถานีทวนสัญญาณ 2 แห่งใช้งานความถี่ภาครับเดียวกัน ความถี่ 145.025 MHz ภาครับของสถานีทวนสัญญาณตัวที่ 1 เปิดด้วยการใช้ CTCSS 67.0 Hz (A) และภาครับของสถานีทวนสัญญาณตัวที่ 2 เปิดด้วยการใช้ CTCSS 71.9 Hz (B) ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ว่าต้องการใช้งานสถานีทวนสัญญาณตัวไหนโดยกำหนด CTCSS ให้ตรงกับภาครับของสถานีทวนสัญญาณตัวนั้น เช่น ต้องการใช้สถานีทวนสัญญาณตัวที่ 1 ก็กำหนดให้เครืื่องส่ง Tone 67.0 Hz (A) ออกไป ทำให้ภาครับของสถานีทวนสัญญาณตัวที่ 1 เปิดทำงาน ในขณะที่ภาครับสถานีทวนสัญญาณตัวที่ 2 จะไม่เปิดรับสัญญาณที่ส่งไป เพราะมี Tone ไม่ตรง

การประยุกต์ใช้ CTCSS ยังทำได้มากมายหลายวิธี เช่น สถานีทวนสัญญาณ 1 สถานีสามารถมีภาครับได้มากกว่า 1 ชุดกระจายอยู่ทั่วจังหวัด เป็นตั้น แต่ระบบจะมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นไปอีก



วิธีการเปิดใช้งาน DTMF ของ EchoLink

สำหรับสถานีเชื่อมโยงผ่านโครงข่ายอื่นด้วยโปรแกรม EchoLink สามารถเปิดใช้งานระบบ DTMF ด้วยวิธีการดังต่อไปนี
1. เข้าไปที่ Menu -> Tools
2. เลือก Sysop Settings...
3. เลือก Tab : DTMF จะได้หน้าจอดังภาพ



4. เลือกในช่อง DTMF Decoded ไปที่ Internal
5. เลือกที่ Auto Mute เพื่อไม่ให้เสียง DTMF ที่มีผู้ใช้งานทางความถี่เข้าไปรบกวนผู้ใช้งานอื่นในอินเทอร์เน็ต หรือในห้องสนทนา (Conference)
6. กดปุ่ม Reset to Defaults
7. กดปุ่ม OK

เพียงเท่านี้สถานี Link ก็เปิดใช้งานระบบ DTMF เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้ผู้ใช้งานทางความถี่วิทยุุสามารถควบคุมสั่งการสถานี Link ได้อย่างอิสระ

คำสั่งที่เป็นมาตรฐาน แนะนำให้ใช้เหมือนกันทุกสถานี

  • กดหมายเลขโหนดปลายทาง (Node number) เป็นการเชื่อมต่อ (Connect) ไปยังสถานีปลายทางตามหมายเลขโหนดที่กด
  • กดเครื่องหมาย # เป็นการยกเลิกการเชื่อมต่อ (Disconnect)
  • กดเครื่องหมาย * เป็นการให้สถานี link ส่งเสียงข้อมูลของสถานี (Information)
  • กดหมายเลข 08 เป็นการสอบถามสถานะของสถานีว่าเชื่อมต่ออยู่กับที่ใด หรือสัญญาณเรียกขานใด